แสงจันทร์จางๆ ท่ามกลางหมอกเมฆยังส่องแสงสลัว รางเลือนในราตรีต้นเหมันต์ กิ่งไม้น้อยใหญ่น้อมกิ่งและใบลงบดบังชายคาพอได้บรรยากาศ กลิ่นดอกจำปาริมชานโชยมาเตะจมูกหลายระลอก เสียงสนทนา เสียงไวโอลีน กีตาร์คลอบทกวีกล่อมเกลาเป็นระยะผสมเสียงเขียดจะนาจากชายทุ่งเล็กน้อย ต้อนรับวันครบรอบหนึ่งปีการก่อตั้งกลุ่มวรรณกรรม "ร้อยแสงจันทร์" ของพวกเราใน ม.มหาสารคามพร้อมกับคลอดนิตยสารเล่มแรกออกมาพิมพ์ครั้งแรกจำนวน 1,000 เล่มราคาจัดส่งทั่วประเทศเพียง 100 บาทเท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการทำนิตยสารวรรณกรรมสักเล่มของนักอยากเขียนเช่นพวกเรา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำหนังสือมือทำมาแล้วสามเล่ม คือ รวมบทกวี "มหาวิทยาลัยของฉัน, รักเอย...เอ่ยรัก และรวมเรื่องสั้น ถนนคนเดิน" พร้อมกับเคยตั้งคำถามว่า "เราจะเดินทางใด เจ็ดดวงใจร้อยแสงจันทร์" การถกเถียงและการขัดเกลาวิพากษ์วิจารณ์งานเขียนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ได้ตีพิมพ์บ้าง ไม่ได้พิมพ์บ้างก็เป็นความสุขที่ได้เขียนส่ง พูดคุยและหยิบยกข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางวรรณกรรมมาแลกเปลี่ยนกันอย่างใกล้ชิดและอยากนำเสนอความคิดเห็นของกลุ่มเล็กๆ เข้าสู่ส่วนกลางต่อกรณีปัญหาทางวรรณกรรมที่ผ่านมาบ้าง และอยากเห็นข้อสรุปเหล่านั้นลงตัวกันโดยเร็ว เด็กๆ ที่เขาเฝ้ามองอยู่จะได้รู้สึกว่าเสียงผู้ใหญ่ที่เราศรัทธาจะเป็นเสียงต่อสู้ที่นำพาเราไปสู่เส้นทางวรรณกรรมที่ราบเรียบเสียที

การล้มลุกคลุกคลานกับนิตยสารร้อยแสงจันทร์ มาอย่างเข้มข้นจึงกล้าการันตีในความคิดระดับหนึ่งว่าเราเอาเนื้อหาสาระที่กลั่นแล้วมาแลกกับผู้อ่าน แม้จะไม่เคยรู้จักนักเขียนมากมาย ไม่รู้การตลาดหรือสายส่ง แต่กำลังใจจากพี่น้องมันบอกเราอยู่เสมอว่าเราท้อแท้ไม่ได้ "เราต้องอดทนนะพี่น้อง" จึงเป็นเสียงปลอบประโลมเล็กๆ ที่อยากสะท้อนสู่สังคมส่วนกลางว่าสายตาเด็กชายขอบยังเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของสังคมอยู่อย่างเงียบๆ เข้มแข็ง หนักแน่นและมั่นคงพร้อมทุกเมื่อที่จะเดินทางใช้วาทะ เหตุผลหักล้างอย่างสร้างสรรค์นำไปสู่ความลงตัว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความคิดเห็นหากเขายอมรับฟังเสียงเด็กบ้าง

การโหยหาสาระในวงสนทนาทางวรรณกรรมของพวกเราจึงต้องการกัลยาณมิตรอยู่ตลอดเวลา เชิญชวนเพื่อนออกจากมุมมาแลกเปลี่ยนกันบ้างก่อนจะนำแง่มุมที่ได้ไปขบคิดในการเขียนงานของตนต่อไปนิตยสาร "ร้อยแสงจันทร์" เล่มแรกจึงเป็นความหวังที่จะนำไปสู่การมีสำนักพิมพ์เล็กๆ ของพวกเรา หากใครสนใจแลกเปลี่ยนเชิญ โทรมาครับ 084-825-8798, 085-028-2102 และ 085-011-0914

ดึกแล้วใครบางคนถามว่า ท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆหมอก เราจะเห็นแสงจันทร์ที่สวยงามได้อย่างไร มีใครบางคนเขียนตอบเป็นกวีมาว่า

"แสงจันทร์จะงามได้ด้วยเจ้า รู้แสง รู้เงายุคสมัย

รู้เมฆ รู้หมอกแห่งภายใน รู้ด้วยหัวใจว่าใดงาม"

เราคงพบกันนอกหน้าต่างคอมพิวเตอร์ เราคงพบเจอในหน้านิตยสาร "ร้อยแสงจันทร์" บ้างนะครับ

แล้วพบกันฉบับหน้าในเร็ววันนี้ ๐

โขงรัก คำไพโรจน์
จากจุดประกายวรรณกรรม วันที่อาทิตย์ที่  21 ตุลาคม 2550